รายละเอียดบทความ

มองของเล่นให้เป็นสื่อคือ...อะไร?

มองของเล่นให้เป็นสื่อคือ...อะไร?

                                                                                              เรียบเรียงโดย มนัสนันท์  ปัถวี

                    จากหลักฐานงานค้นคว้าด้านโบราณคดี          พบว่าความสำคัญของของเล่นที่มีต่อ
    มนุษยชาตินั้นไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งจะมาเกิดเมื่อเร็ว ๆ นี้      หากทว่าของเล่นนั้นอาจถือได้ว่าเป็น
    เสี้ยวหนึ่งที่ผูกติดมากับอารยธรรมของมนุษยชาติเลยก็ว่าได้     จากหนังสือของเล่นของโลก
    ปราณี  วงษ์เทศ (2528)
    ระบุจากหลักฐานด้านโบราณคดีได้ค้นพบว่า    แม้แต่ในสังคมมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์   
    ซึ่งระดับการดำรงชีพนั้นมีความยากลำบาก และอันตรายมากเกินกว่าที่จะมีเวลาเหลือ   สำหรับ
    ของฟุ่มเฟือยเช่นของเล่นได้     แต่ก็มีข้อสันนิษฐานว่า      บรรดาเบี้ยหินลาย     เปลือกหอย
    ลูกกระพรวน ฯลฯ    ที่ขุดค้นพบนั้น   น่าจะเป็นของเล่นสำหรับเด็ก ๆ  ที่มีความต้องการที่จะ
    เล่นตามธรรมชาติ    แต่ที่แน่นอนกว่าก็คือ  เมื่อเริ่มยุคสมัยของมนุษยชาติที่เริ่มมีอารยธรรม 
    เช่น  อียิปต์  กรีก  โรมัน ฯลฯ  ก็มีหลักฐานอย่างแน่นอนว่าเด็ก ๆ ได้มีของเล่นกันแล้ว
  
                  
ผู้คนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับของเล่นทุกคนมีความเชื่อตรงกันว่า   เนื่องจากของเล่น
    นั้นได้ทำภารกิจหน้าที่สำคัญต่อมนุษย์ถึง 4 อย่าง   คือ  ตอบสนองความต้องการ อยากรู้ อยาก
    เห็น อยากเล่น   อยากลอง   ดังนั้นของเล่นจึงต้องมีความสลักสำคัญและมีความหมายอย่างมาก
    ต่อเจ้ามนุษย์ตัวเล็ก ๆ  มาตั้งแต่ครั้งอดีต   และยังคงสืบสานมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันและ
    คงจะสืบทอดยืนยาวต่อไป    ในอนาคตแม้ว่า
“ ของเล่น ”
 อาจจะปรับเปลี่ยนรูปโฉมไป แต่
    
“ การเล่น ”
จะดำรงอยู่คู่กับมนุษยชาติไปตราบนานเท่านาน      
  
                  ถ้าหากเราจะมอง “ ของเล่น ”
  หรือทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นสื่อ   ของสิ่งนั้นจะมีสภาวะ
    ดังนี้ในหลักการทางนิเทศจะมีการระบุคุณสมบัติของสิ่งที่จะแปรสภาวะไปเป็นสื่อไว้ 3 ประการ


             คุณสมบัติแรก
                            
เมื่อเรามองของเล่น (หรือขยะ/ แหวน/ฯลฯ) ว่าเป็น “ สื่อ ”
  ก็หมายความว่า ของ
    สิ่งนั้นได้แปลงสภาวะหรือทำหน้าที่มากกว่าที่มันเคยอยู่   ตัวอย่างเช่น   ผ้าเช็ดหน้าที่หญิงสาว
    ใช้เช็ดหน้า  แต่เมื่อเธอหย่อนผ้าเช็ดหน้าให้ตกลงข้างหน้าชายหนุ่มที่เธอพึงใจ  ผ้าเช็ดหน้าผืน
    นั้นก็มิใช่เป็นเพียงผ้าเช็ดหน้า   หากแต่ได้กลายเป็นสื่อไปเสียแล้ว พฤติกรรมต่าง ๆ    ในชีวิต
    ประจำวันทุกวันของเราก็เป็นกระบวนการแปลงสรรพสิ่งทั่ว ๆ ไปให้กลายเป็นสื่อทั้งสิ้น  เช่น
   การซื้อของขวัญ   เป็นต้น

   
          คุณสมบัติข้อที่สอง
                          
เป็นการระบุคุณสมบัติ     โดยดูหน้าที่ของสื่อที่มีร่องรอยมาจากแนวคิดโบราณ
    ของไทยคือ
“ แม่สื่อแม่ชัก ”
   และมาจากสูตรลับนิเทศศาสตร์  คือ   S (Sender)  M (Message) -
    C (Channel/Media) - R (Receiver)
                          
ถ้ามองจากแผนภูมิข้างบน เราก็จะเห็นว่า “ ตัวสื่อ ” (Channel/Media)  นั้นจะทำ
    หน้าที่เป็นสื่อสัมพันธ์เชื่อมโยงประสานระหว่าง  “ ผู้ส่ง ” (Sender) กับ “ ผู้รับ ” (Receiver) 
    เข้าด้วยกัน     แนวคิดนี้มาจากหลักทฤษฎีที่เรียกว่า “ Relational Theory ”

             คุณสมบัติข้อที่สาม
                          
เป็นคุณสมบัติที่มักได้ยินกันโดยทั่วไปว่า    สิ่งที่เป็นสื่อนั้นก็ประดุจกล่อง พาหะ
    ช่องทางที่บรรจุเนื้อหา (Message)   เพื่อจะนำพาจากผู้ส่งสาร (Sender)  ไปถ่ายทอดให้ถึงผู้รับ
    (Receiver)    แนวคิดนี้มาจากหลักการเรื่อง Transmission model   ซึ่งมีใจความว่า   การสื่อสาร
    ก็คือการถ่ายทอดข่าวสารจากผู้ส่งไปยังผู้รับ  
                          
 สำหรับคุณสมบัติข้อที่สองและสามนั้นอาจจะเกิดขึ้นพร้อม ๆ  กันได้ หรืออาจจะ
    เกิดขึ้นเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง    
                          ฉะนั้น เมื่อเรามอง “ ของเล่น ” ให้เป็น “ สื่อ ”
ก็หมายความว่า  เราจะเห็นคุณสมบัติ  
    3   ประการนั้นเกิดขึ้นเป็นเบื้องแรก (อาจจะครบทั้ง 3 หรือไม่ครบก็ได้)  และในระดับชั้นที่สอง
    และชั้นที่สาม      เราจะมองเห็นขาต่าง ๆ (attribute) ที่ออกมาจากของเล่น    รวมทั้งจะมองเห็น
    “เกณฑ์วินิจฉัย” (categories) ที่จะใช้ศึกษาของเล่นในฐานะสื่อตัวหนึ่งแผ่รังสีตามออกมา  เช่น


                          และเมื่อ    “ ของเล่นเป็นสื่อ ”    การเล่นก็จะเป็นการสื่อสารซึ่งมีความหมายที่
    หลากหลายเช่นกัน เช่น





                                                                             เอกสารอ้างอิง
                              หนังสือมองของเล่นให้เป็นสื่อ   โครงการการรู้เท่าทันสื่อเพื่อสุขภาพ

ผู้ลงบทความ : ToyCute