อย่าละเลยเพื่อนในจินตนาการ...ของลูก
โดย: อักษรสิน
ลูกเราเค้ามีเพื่อนใหม่แล้ว คือ เพื่อนในจิตนาการ
อาการที่เด็กวัยอนุบาลชอบพูดคุยเล่นอยู่คนเดียว พอหันไปมองก็ทำหน้าคิกคักจุ๊ปากกับใครก็ไม่รู้ อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายๆ คนตกใจ แต่จริงๆ แล้วเป็นเพราะเขามีเพื่อนในจินตนาการเข้าแล้ว
ในซีรี่ย์เรื่อง Desperate Housewives มีเด็กชายคนหนึ่งอายุ 6 ขวบเป็นลูกชายคนโตของลินเน็ธ แม่บ้านผู้ยุ่งเหยิงกับงานโฆษณาและลูกๆ อีก 4 คนตลอดเวลา แม้ลินเน็ธจะดูแลครอบครัวไม่ขาดตกบกพร่อง แต่ก็ยังมีช่องโหว่ที่ทำให้ปาร์กเกอร์ลูกชายคนโตเปลี่ยนแปลงไป จากเด็กที่ว่าง่ายกลายเป็นเริ่มติดร่มสีดำคันหนึ่งและตั้งชื่อให้เสร็จสรรพเรียบร้อย โชคดีที่ลินเน็ธเองก็เข้าใจพัฒนาการและเชื่อว่าอาการแบบนี้จะหายไปเองสักวันหนึ่ง
แต่แล้ววันหนึ่งหนุ่มน้อยปาร์กเกอร์จะต้องรีบไปโรงเรียน แต่ตามหาร่มสีดำคันนั้นไม่เจอ และโวยวาย สุดท้ายลินเน็ธแก้ปัญหาด้วยการเอาร่มไปทิ้งถังขยะ ปาร์กเกอร์โวยวายบ้านแทบแตก เสียใจแทบคลั่ง ลินเน็ธจึงรู้ว่าการทิ้งร่มไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่ปัญหาสำคัญนั้นอยู่ภายในจิตใจของหนุ่มน้อยปาร์กเกอร์นั่นเอง
รู้จักเพื่อนในจินตนาการของลูก
ก่อนอื่นเรามาเริ่มทำความเข้าใจกันก่อนว่า เพื่อนในจินตนาการคืออะไร และจะแสดงผลกับลูกด้วยวิธีใด นักวิจัยจาก Institute of Education of London กล่าวไว้ว่า “เพื่อนในจินตนาการ หรือ Imaginary friends นั้นอาจจะเป็นได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นขบวนการซูเปอร์ฮีโร่ สัตว์เลี้ยง คนในครอบครัวที่ล่วงลับไปแล้ว หรือชื่อบุคคลอื่นๆ ที่สมมติขึ้นมา ซึ่งเขาเหล่านี้จะช่วยให้เด็กมีความมั่นใจในการดำเนินชีวิตและจิตใจมั่นคง เพราะส่วนใหญ่เพื่อนในจินตนาการจะมีพฤติกรรมอย่างที่เด็กต้องการจากชีวิตจริง เช่น หากลูกต้องการความอุ่นและการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ เพื่อนในจินตนาการก็อาจจะเป็นผู้ใหญ่กว่าที่มาดูแลและเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปได้” ข้อมูลที่ว่านี้ตรงกับที่ Dr. Luise Newman Head of Institute Mental New South wells จากออสเตรเลียกล่าวไว้ว่า “เพื่อนในจินตนาการของเด็กๆ มักจะเกิดขึ้นในเด็กวัยวัย 4-6 ปีและมีมากถึง 65 % ซึ่งเพื่อนในจินตนาการจะช่วยเสริมความคิดสร้างสรรค์ แต่เพื่อนคนนี้จะหายไปเมื่อไรนั้น ขึ้นอยู่กับวัยที่เติบโตขึ้นของเด็กเอง”
กำเนิด...เพื่อนในจินตนาการ
คุณแม่อาจจะสงสัยใช่ไหมล่ะค่ะว่าเพื่อนในจินตนาการของลูกเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ถ้าสังเกตจากเคสซีรี่ย์เรื่อง Desperate Housewives ที่เล่าให้ฟังมาแล้ว จะเห็นว่าหนูน้อยปาร์กเกอร์เกิดภาวะสับสนและต้องการความอบอุ่นเป็นที่สุด แต่เขาก็ขาดการประคบประหงมจากแม่ เพราะเขาเป็นพี่ชายคนโต แต่ยังไม่ทันจะได้รับความอบอุ่นจากแม่ได้อย่างเต็มที่ก็มีน้องชายฝาแฝดที่ซนระเบิดและเล่นแต่กับคู่แฝดของตัวเอง เกิดตามมา แถมด้วยน้องสาวคนสุดท้องอีก นี่เป็นแค่ตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นนะคะ แล้วสำหรับเจ้าหนูที่บ้านเราล่ะเข้าข่ายกันบ้างไหมลองมาเช็กดู...
+ เป็นลูกคนเดียว หรืออายุห่างจากพี่น้องเยอะๆ หรือว่ากำลังมีน้องคนใหม่โดยไม่คาดคิด
+ ลูกอยู่ในสถานการณ์ ภาวะกดดัน หรือกระทบกระเทือนความรู้สึกจากโรงเรียนหรือครอบครัว เช่น พ่อแม่กำลังจะแยกทาง
กัน เพื่อนสนิทจะย้ายโรงเรียน หรืออยู่โรงเรียนแล้วโดนเพื่อนแกล้ง ฯลฯ
+ ลูกเบื่อสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ มีความรู้สึกเหงา เศร้า บางทีเจ้าหนูอาจจะถูกเรียกร้องจากครอบครัว หรือจากเพื่อนใหม่ที่
โรงเรียน จนรู้สึกเครียดและอึดอัด
+ ลูกอาจจะทำความผิดอะไรบางอย่าง แล้วอาจจะใช้เพื่อนในจินตนาการนี้ออกรับผิดแทนให้
+ ลูกอยากเป็นคนอย่างเพื่อนในจินตนาการ อย่างเช่น น้องก้าวหลานของอักษรสินมีเพื่อนในจินตนาการเป็นพนักงานดับเพลิง
แสดงว่าน้องก้าวอยากมีความกล้าหาญ และอยากช่วยคนอื่นเหมือนพนักงานดับเพลิง
อาการแบบนี้มีเพื่อนในจินตนาการชัวร์!
“คุณนายร่มดำบอกไว้ว่า... , คุณนายร่มดำบอกให้ผมรอเขาก่อน...” อย่างที่หนูน้อยปาร์กเกอร์ชอบพูดถึงบ่อยๆ นั้น ถ้าเจอลูกเป็นแบบนี้อย่าเพิ่งคิดว่าเจ้าจอมซนรู้จักกับผีเอาเสียแล้ว แต่อาการแบบนี้แหละค่ะที่บ่งบอกให้คุณแม่รู้ว่าลูกมีเพื่อนในจินตนาการเข้าแล้ว
1. สร้างตัวละครของตัวเอง และตัวเองเข้าใจเองคนเดียว บางครั้งสามารถอธิบายให้คนอื่นฟังได้ว่าเพื่อนใหม่นี้มีลักษณะ
อย่างไร แต่บางครั้งลูกก็สมัครใจที่จะไม่บอกเล่าเรื่องเพื่อนใหม่ของตน
2. ชอบคุยฟุ้งเกินจริง เด็กที่มีเพื่อนในจินตนาการมักจะเป็นคนมีจินตนาการสูง ชอบฝันกลางวัน ชอบพูดคุยฟุ้งเกินกว่าความ
เป็นจริง แต่มีข้อดีตรงที่เจ้าหนูจะเป็นเด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์เยอะมากทีเดียว
3. พูดถึงเพื่อนที่ไม่มีใครมองเห็น เพื่อนในจินตนาการแตกต่างกับการเล่นบทบาทสมมติ การเล่นแต่งตัวเป็นหมอ เล่นเอา
หุ่นยนต์มารับบทพ่อในครอบครัว อย่างนี้ไม่ใช่เพื่อนในจินตนาการ เพราะเพื่อนในจินตนาการคือใครอีกคนที่ลูกรู้จักดี แต่
เรามองไม่เห็น ลูกจะพูดคุยและบอกความลับที่ไม่อยากบอกพ่อแม่ได้หมด รวมทั้งเป็นที่พึ่งทางจิตใจ
4. เพื่อนหนูเขาบอกว่า หากลูกชอบพูดผ่านเพื่อนในจินตนาการให้กับคุณพ่อคุณแม่ฟัง อย่างเช่น เพื่อน (ในจินตนาการ)
ของหนูคิดว่าคุณครูประจำชั้นคนใหม่ไม่ยุติธรรมเลย อย่างนี้คุณแม่อาจจะสงสัยได้ว่าลูกมีปัญหาคับข้องเรื่องครูประจำชั้น
อยู่
ประโยชน์ของเพื่อนในจินตนาการ
หลายคนอาจจะคิดว่าเพื่อนในจินตนาการเป็นปัญหาใหญ่คับบ้าน มิหนำซ้ำยังไม่รู้ด้วยว่าลูกของเราจะหยุดคบกับเพื่อนคนนี้เมื่อไหร่ ซึ่งไม่แปลกที่คุณพ่อคุณแม่บางคนจะรู้สึกกังวล และคิดว่าลูกของเราอาจจะมีปัญหาทางจิตหรือเปล่า แต่ในทางกลับกัน การที่ลูกมีเพื่อนในจินตนาการกลับช่วยลูกหลายอย่างค่ะ
+ ลูกจะมีเพื่อนที่เข้าใจติดตามไปทุกหนทุกแห่งและไม่งอแง เพราะเขามี
เพื่อนเล่นอยู่ด้วยทุกที่ มีที่พึ่งทางใจตลอดเวลา
+ สังเกตไหมว่าเมื่อลูกมีเพื่อนในจินตนาการ ลูกจะลดความก้าวร้าวลง ไม่
แสดงความรุนแรงกับคนอื่นๆ
+ ลูกจะมีความยืดหยุ่นกับเพื่อนในจินตนาการสูง มีชีวิตที่อิสระขึ้น และทำ
ให้ลูกปรับตัวอยู่ในสังคมดีขึ้นด้วย
+ เมื่อมีเพื่อนในจินตนาการลูกจะไม่รู้สึกว่าอยู่คนเดียว ได้ทำในสิ่งที่ตน
เองอยากทำแต่ไม่สามารถทำได้ ถ้าเป็นสิ่งที่ตัวเองทำผิดก็จะกล่าวโทษ
ให้เพื่อนในจินตนาการเป็นแพะรับบาปด้วย
+ เพื่อนในจินตนาการเป็นสะพานเชื่อมตรงกลางระหว่างความรู้สึกของลูก
ที่แสดงออกมา และความรู้สึกที่ลูกคิด เด็กๆ บางคนไม่อยากให้เราคิด
มาก ชอบวิธีเก็บปัญหาไว้กับตัวเอง หรือไม่บอกปัญหาเพราะความกลัว ถ้าคุณได้รู้จักเพื่อนในจินตนาการ
ของลูกแล้วถือเป็นข้อดีที่เราสามารถสืบทราบได้ว่า เพื่อนของลูกคนนี้มีลักษณะยังไง เราจะได้ทราบว่าลูกกำลังต้องการ
อะไรอยู่
+ รู้สึกว่ามีเพื่อนในช่วงที่ลูกกำลังค้นหาตัวเองอยู่ โดยเฉพาะเจ้าหนูที่กำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลง เช่น กำลังขึ้นชั้น
เรียนใหม่ ย้ายบ้าน หรือมีสมาชิกใหม่อยู่ในครอบครัว
+ เพื่อนในจินตนาการจะช่วยลดความกดดันและลดความกลัวในการใช้ชีวิตประจำวันให้ลูกได้
เพื่อนในจินตนาการของลูกก็จะค่อยๆ หายไปตามช่วยเวลาที่ลูกโตขึ้น สิ่งสำคัญคือถ้าเพื่อนของลูกไม่ยอมไปไหนเสียที ลูกจะต้องเรียนรู้เรื่องของความจริงให้มากขึ้น และคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องเป็นตัวช่วยคนสำคัญด้วยค่ะ
Parent Advises:
หลายครั้งที่คุณพ่อคุณแม่รับไม่ได้และไม่เข้าใจว่าทำไมลูกถึงมีพฤติกรรมเช่นนี้ สิ่งสำคัญเมื่อลูกมีเพื่อนในจินตนาการแล้ว เรามารับมือด้วยวิธีการที่ถูกต้องดีกว่า
+ เปิดใจต้อนรับเพื่อนในจินตนาการของลูก โดยไม่ขัดคอพร้อมทั้งเสริมกิจกรรมอื่นๆ ที่ช่วยเรื่องจินตนาการลูกไปด้วย เช่น
เล่านิทานเน้นเรื่องที่มีจินตนาการให้เด็กฟัง หรือชวนลูกแต่งนิทานด้วยกัน
+ คุณพ่อคุณแม่ควรอยู่ใกล้ๆ ลูกเสมอยามลูกเล่นกับเพื่อในจินตนาการ อย่านำเรื่องที่เขาเล่นมาล้อเลียน หรือดุด่าว่ากล่าวจน
เกินไปนัก แต่ก็ไม่ควรส่งเสริมจนลูกแยกความจริงกับเรื่องในจินตนาการไม่ได้
+ ถ้ามีแนวโน้มว่าเพื่อนในจินตนาการของลูกจะเข้ามาบอกความรู้สึกของลูกแทน อย่างเช่น แม่คับพี่เก่งเขามีเรื่องจะบอกแม่
แต่ผมพูดไม่ได้ ให้พี่เก่งเล่าเองก็แล้วกัน ถ้าลูกมาในลักษณะนี้ในคุณจับเข่าคุยกับลูกเลยว่า มีอะไรอยากเล่าให้แม่หรือพ่อ
ฟังไหม พ่อกับแม่สามารถรับได้ พี่เก่งอาจจะพูดไม่ตรงใจลูก หรืออาจจะสื่อสารผิดทำให้พ่อแม่เข้าใจผิดได้ ลูกควรเล่าให้
แม่ฟังเองดีไหม เพราะสถานการณ์นี้แสดงถึงภาวะที่ลูกอึดอัดแต่ไม่กล้าที่จะบอกกับคุณพ่อคุณแม่
+ อย่าดึงเพื่อนของลูกเอามาเป็นเพื่อนของตัวเองด้วย เพราะแม้เจ้าหนูวัยอนุบาลยังเด็ก แต่เขาก็ต้องการความเป็นส่วนตัว
และความเป็นเจ้าของกับเพื่อนของเขาเหมือนกัน ถ้าคุณแม่เข้ามาแล้วพูดถึงเพื่อนในจินตนาการของเขาบ่อยๆ ลูกอาจจะเริ่ม
ปลีกตัว เพราะคุณเริ่มแสดงอำนาจเหนือกว่าเขาอีกแล้ว
+ ในกรณีที่ลูกปลีกตัวออกจากครอบครัวหรือสังคมเพื่อนๆ ที่เคยมีมา และหนีมาอยู่กับเพื่อนในจินตนาการกันเพียง 2 คน ควร
เริ่มปรึกษาจิตแพทย์
ทำอย่างไรถ้าลูกทำผิดแล้วโทษเพื่อนในจินตนาการ
ไม่มีอะไรยากเกินไป เพราะคุณแม่ควรบอกลูกด้วยความใจเย็นว่า “คุณแม่รู้นะว่าลูกทำผ้าม่านขาดเพราะในห้องนั้นมีลูกอยู่คนเดียว แล้วเพื่อนของลูกคงไม่มีแรงทำได้ถึงขนาดนี้หรอก แม่เข้าใจว่าลูกไม่กล้าที่จะบอกแม่เพราะว่ากลัวถูกทำโทษ แต่ครั้งนี้แม่จะทำโทษสถานเบาโดยให้งดดูทีวี ส่วนครั้งหน้าถ้าทำอะไรผิดให้รีบมาบอกแม่ เผื่อแม่จะแก้ไขทันแล้วของจะได้ไม่เสียหายมากดีกว่านะลูก” การเปิดใจคุยกันอย่างนี้จะช่วยให้ลูกสบายใจ และไม่จำเป็นจะต้องพึ่งเพื่อนในจินตนาการต่อไปด้วย
จาก: http://www.momypedia.com
|